แรกเริ่มที่เห็นโปสเตอร์ภาพนี้ บูลล็อค เดินเกาะหลังผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลร่างยักษ์

ก็เข้าใจว่านี่คือหนังอเมริกันฟุตบอลอีกเรื่องหนึ่งเป็นแน่ ทำให้ผมรู้สึกค่อนข้างลบ

กับหนังเรื่องนี้ เหตุเพราะผมดูอเมริกันฟุตบอลไม่เป็น แล้วหลายเรื่องที่เคยผ่านตา

ผมดูไ่ม่เข้าใจก็เลยเสพรสชาติของหนังได้ไม่เต็มร้อย แต่พอบูลล็อคได้ออสการ์

นำหญิงจากเรื่องนี้ ความน่าสนใจของหนังก็มีมากขึ้น อีกทั้งหนังยังกวาดรายได้

แบบถล่มทลายอีกด้วย หนังลงทุนแค่35ล้านเหรียญ กวาดไปแล้วกว่า 200ล้านเหรียญ

แปลว่าหนังเรื่องนี้ต้องมีอะไรดีแน่ๆ ถึงได้ใจคนดูขนาดนี้ ผมดูเรื่องนี้แบบไม่รู้เรื่องย่อมา

ก่อนเลย หนังเปิดเรื่องด้วยเสียงบรรยายของบูลล็อคเล่าเกี่ยวกับ ตำแหน่งผู้เล่นอเมริกัน

ฟุตบอลที่เรียกว่า left tackle เป็นตำแหน่งที่คอยระวังตัวกันให้ควอเตอร์แบ็ค จะต้องเป็น

ผู้เล่นร่างใหญ่ที่หาได้ยากมาก แววๆมาว่าจะต้องได้ดูหนัง ที่เน้นเกมบนสนามแน่ๆแล้ว

แล้วหนังก็เริ่มแนะนำตัวละคร michael oher ออกเสียงว่า ไมเคิล ออร์ ดาราหน้าใหม่

ควินตัน อารอน ที่เปิดตัวมาด้วยสายตาและบุคลิกน่าสงสาร หน้าตาหงอยๆเศร้า ให้ความรู้สึก

เหมือนตอนแรกเห็น ไมเคิล คลาร์ค ดันแคน จาก green mile เลยครับ

 

ไมเคิล ออร์ หรือฉายา บิ๊กไมค์ เป็นเด็กผิวดำที่มีจุดเด่นคือร่างกายใหญ่โตมาก บิ๊กโทนี่ เพื่อนบ้านของ

ออร์ พยายามเอาเขามาฝากให้เข้าเรียนกับโค้ชของโรงเรียนมัธยม ออร์ได้เข้าเรียนแต่มีปัญหา

ในเรื่องการเรียนรู้ที่ช้ามาก เกรดของออร์ต่ำมาก เกิดการแอนตี้จากครูหลายๆคน ออร์ ไม่มีบ้าน

อาศัยนอนที่โรงยิม เก็บข้าวโพดคั่วกิน เอาเสื้อผ้าไปแอบซักตามเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

ที่โรงเรียน ออร์ ได้รู้จัก เอสเจ กับเพื่อนตัวเล็กต่างชั้นเรียน เอสเจ เป็นลูกชายของมหาเศรษฐี

เจ้าของธุรกิจเฟรนไชส์ ที่รวยโคตรๆแบบไม่ต้องทำงานแล้วนอนกินอย่างเดียว ครอบครัว ของเอสเจ

ทูไฮ มี ลีจ์แอน ที่รับบทโดย บูลล็อคเป็นแม่ ฌอน พ่อ และ คอลลินส์ลูกสาวคนสวย

คืนหนึ่งครอบครัวทูไฮขับรถกลับจากงานแสดงของโรงเรียน เห็น ออร์ เดินซึมๆอยู่ข้างทางมืดๆ

ลีจ์แอน เกิดสงสารขึ้นมาเลยตัดสินใจจอดรถรับ ออร์ ไปนอนพักที่บ้านของครอบครัวด้วย

ด้วยสัมผัสของความเป็นแม่ ลีจ์แอน รู้สึกได้ว่า ออร์ เป็นเด็กดีไม่มีพิษมีภัย จากหนึ่งคืนก็กลายเป็นถาวร

ลีจ์แอน หาห้องส่วนตัวให้ ซื้อรถให้ วิ่งเต้นสืบหาแม่ของ ออร์ เพื่อดำเนินการ

ทางกฏหมายขอเป็นผู้ดูแลทางกฎหมาย อีกทั้งช่วยโค้ชที่ำกำลังถอดใจกับการฝึกซ้อม ออร์ ที่นับวัน

ก็ไม่สามารถเล่นอเมริกันฟุตบอลได้สักที แต่ลีจ์แอน สามารถดึงความพรสวรรค์ของ ออร์ ออกมาได้จาก

ความผูกพันและเข้าใจของแม่ต่างสายเลือด ระหว่างที่ดูก็ต้องลุ้นว่า จะมีมุมหักเหทำร้ายจิตใจคนดูเอาตอน

ไหน เพราะตลอดเรื่อง เนื้อหาช่างเดินทางได้สวยหรูเสียเหลือเกิน ครอบครัวทูไฮ ต้อนรับออร์ เป็นสมาชิก

ครอบครัวได้อบอุ่นเสียจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง พ่อก็เข้ากับลูกชายผิวดำได้ดี เอสเจ ก็รักใคร่พี่ชายร่าง

ยักษ์คนนี้มาก คอลลินส์คนสวยก็ไม่สนใจเพื่อนไฮโซของเธอที่มีทีท่ารังเกียจ ออร์ แต่กลับตีตัีวจาก

เพื่อนมาอยู่กับออร์ที่โรงเรียนด้วย เกือบจะจบเรื่องถึงจะมีจุดหักเหของเรื่องให้เข้าสู่อารมณ์ดราม่าเสีย

นิดหน่อย แต่ก็ลงท้่ายได้สวยหรู หนังจบด้วยฉากเรียกน้ำตา ความซาบซึ้งที่ได้เห็นความรัก จริงใจระหว่าง

แม่ และลูกต่างสายเลือดที่เราแทบไม่เคยได้ยิน ได้รับรู้จากสังคมอเมริกัน  ที่เคยเห็นแต่เรื่องราว

สังคมเหยียดผิว หนังจบด้วยภาพฟุตเตจสั้นๆของ ออร์ และครอบครัวทูไฮตัวจริง ที่แม้แต่ภาพนิ่งที่ดูแล้ว

ก็ยังยิ้มให้กับความน่ารักของครอบครัว

หนังเดินเรื่องได้น่าสนใจครับ ดูได้สบายๆ มีฉากการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลประมาณ10นาที แต่ก็เป็น

ฉากที่สนุก ดูแล้วอิ่มใจครับ เป็นหนังฟีลกู๊ดเรื่องแรกของปีนี้เลย ดูแล้วยิ้มได้ กับการรับรู้แง่มุมดีๆเล็กๆ

ในสังคมใหญ่แบบนี้ คำพูดของลีจ์แอน ที่ทิ้งท้ายไว้ ให้ข้อคิดได้ดี ถึงแม้เธอได้อุปการะไว้เพียงหนึ่งชีวิต

แต่เด็กผิวดำที่เหลืออีกมาก ถูกสังคมตัดสินอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ กลับต้องจบด้วยการ

เป็นภาพข่าวถูกยิงตายในสงครามแก๊ง แล้วข่าวก็ลงท้ายว่าพวกเขาต่างเป็นเด็กที่มีความสามารถทาง

ด้านกีฬาแต่ไม่ได้ รับการสนับสนุน the blind side หรือด้านบอดที่เป็นศัพท์ในสนามอเมริกันฟุตบอล

ในที่นี้ถูกหยิบมาเปรียบเปรย กับสังคมเสื่อมโทรมของเด็กผิวดำที่ไม่ได้รับโอกาสเหล่านี้

หนังเนื้อหาดี แต่หนังแบบนี้เรียกว่ายากครับ ที่จะได้มีโอกาสดู เพราะหนังดราม่า ขายยากในตลาด

หนังโรงบ้านเรา ถ้าฉายก็น่าจะเป็นจำกัดโรงแล้วเวียนฉาย แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเรื่องนี้ถึงไม่ได้สัก

โรงฉายเดียว

ผมยังกังขาในเรื่อง รางวัลนำหญิงของบูลล็อค เธอเล่นได้ดีครับ แต่ยังไม่น่าถึงกับถือรางวัลออสการ์

นำหญิง ผมยังไม่เห็นฉากไหนซีนไหนที่เธอแสดงพลัง ให้ได้ประจักษ์ว่าเธอเหนือกว่าผู้เข้าชิงคนอื่น

หรือแสดงให้เห็นว่าบทนี้ แบบนี้ ต้องเธอเท่านั้นคนอื่นเล่นจะทำไม่ได้ดีเท่าเธอ ตัวละครอื่นๆทุกตัวเล่น

ดีเข้าตาหมด โดยเฉพาะ อารอน ควินตัน ที่เป็นตัวเด่นของเรื่องที่เป็นตัวแทน ออร์ ตัวจริงให้โลกได้รู้ัจัก

ถ่ายทอดความน่าสงสาร ซื่อออกมาให้รู้สึกได้จริงๆ  ดาราคนโปรดของผมอีกคน แคธี่ เบทส์ ออสการ์

นำหญิงอีกคนที่โผล่มาในบท ซู อาจารย์พิเศษ ที่ ลีจ์แอน จ้างมาติวเข้ม ออร์ ที่บ้าน เพราะว่า ออร์

จะต้องทำเกรดให้ได้ 2.5 ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับทุนนักกีฬาเข้ามหาวิทยาลัย

ใครเล่นบิท แนะนำให้ดูเลยครับ นานๆมีหนังที่ดูจบแล้่วรู้สึกดีแบบนี้สักที หนังไม่มีอะไรด้อยกว่าคำว่า

มาสเตอร์เลยครับ ที่สุดของความชัด ผมชื่นชมซับไทยมาก ว่าใครลงทุนทำ แปลได้แบบมืออาชีพ

ระดับที่ฉายโรงเลย ทั้งสำนวน และสรรพนามเป๊ะๆ ที่สำคัญไม่มีพิมพ์ผิดเลยสักคำ

เชียร์ครับเชียร์

 

ฌอน ลีจ์แอน และ ออร์ตัวจริง

Comment

Comment:

Tweet

#8 By (1.47.43.11|1.47.43.11) on 2015-09-08 17:01

อยากดูมากกกกกกกกกกกกกกกกกกคับsad smile

#7 By เอกชาติ (124.121.107.25) on 2011-10-31 00:16

คนแรกคิดเหมือนกันเลยคะ ว่าทำไมเรื่องมันดำเนินไปอย่างสวยหรูไม่มีอุปสรรคเลย เพราะหนังแบบนี้มันน่าจะมีแบบว่าลูกจริงรังเกียจหรือเจอปัญหาอะไรซักอย่าง แต่ตอนจบพอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงนี่ซึ้งสุดๆเลยค่ะ ครอบครัวนี้ดีมาก ดูจบแล้วรู้สึกดีมากๆ ว่าบยังมีคนดีแบบนี้อยู่ในสังคมอีก big smile

#6 By ผ่านมาเจอโดยกู๋เกิ้ล^^ (125.26.171.60) on 2010-11-05 23:33

โห...ตอนจบนี่ บอกได้คำเดียวซึ้งมากเลย น้ำตาไหลอาบเลยล่ะ

#5 By appreciate (125.25.149.127) on 2010-10-30 12:45

ดูแว็บแรกก้อร้องไห้แล้วคะ
หน้าตาเค้าน่าสงสารมากเลยคะตอนแรกเห็นเค้าเก็บถุงป็อปคอนไม่นึกว่าเค้าจะเก็บมาเพื่อประทังชีวิต
ตอนเค้าเดินตากฝนหน้าเศร้ามากร้องไห้ตั้งแต่เริ่มดูจนจบเลยคะ ถ้าเรารวยสุดๆเหมือนคุณลีแอก้อจะทำแบบเค้าแต่ตอนนี้ตัวเองยังเอาไม่รอดก้ออย่าเอาคนอื่นมาลำบากดีกว่าเนอะ ถ้าโลกเรามีคนดีอย่างคุณลีแอสักครึ่งคดีอาชญากรรมอาจลดลงสักครึ่งนึงที่มีอยู่

#4 By อยากช่วยคนอื่น (119.42.98.206) on 2010-10-04 14:52

ชอบมากๆ อยากให้มีคนแบบนี้อีกเยอะๆ ในเรื่องชอบนิสัยของลูกชายคนเล็กมากน่ารักดี คนเป็นแม่ก็มีความรักให้มากด้วยอบอุ่น จะไปหาซื้อมาเก็บไว้ดูอีก

#3 By 27 (124.121.25.215) on 2010-10-04 11:18

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ