star wars episode1-2-3 แต่ละภาคลงทุนประมาณ 110ล้านเหรียญ avatar ทุนสร้าง237ล้านเหรียญ แต่john carter ทุนสร้างถึง 250ล้านหรียญ ผลลัพธ์ต่างกันลิบลับ น่าเป็นห่วงครับกับอนาคตรายได้ของ john carter ที่เข้าฉายในอเมริกาวันนี้ john carter ไม่ใช่หนังที่พูดเต็มปากเต็มคำว่าหนังเรื่องนี้สนุกอยากดูอีกรอบ แต่ด้วยความที่เป็นหนังยี่ห้อดิสนีย์ และไม่เหลือความรุนแรงจนหนังได้เรท pg13เพื่อเจาะตลาดครอบครัว หนังอาจจะได้ค่าตั๋วจากการที่พ่อแม่พาลูกไปดู ซึ่งน่าจะใช้เวลาพอสมควรไม่ใช่รายได้แบบพรวดพราดในเร็ววัน
ปัญหาใหญ่คือ เนื้อหา เรื่องราวที่ออกไปเชิงนิทาน นั่นก็เพราะผู้ประพันธ์ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรว์ ก็เป็นคนเขียนนิทานเรื่องนี้ไว้เมื่อ100ปีที่แล้ว ผู้ประพันธ์เป็นคนสร้างสรรค์ตัวละครอมตะอย่างทาร์ซาน ซึ่งนิทานก็คือนิยายที่เขียนขึ้นมาสำหรับเด็กอยู่แล้ว เนื้อหาต้องไม่ซับซ้อนนัก เหตุนี้หนังจึงออกมาเรียบง่าย ตลอด132นาทีของหนัง เส้นกราฟจึงออกมาค่อนข้างราบเรียบไม่มีช่วงที่สนุกตื่นเต้นจนกราฟพุ่งสูงนัก จอห์น คาร์เตอร์ เป็นชาวเวอร์จิเนีย เป็นทหารที่หนีราชการไปขุดทองในถ้ำลึกลับ กลายเป็นว่าถ้ำนี้มีเครื่องประดับวิเศษที่กำไว้แล้วพาตัวจอห์ คาร์เตอร์วาร์ปมาโผล่ที่ดาวอังคาร บนดาวอังคารกำลังอยู่ในช่วงกลียุคสองเผ่าทำสงครามกัน เผ่าดีคือฮีเลียม และเผ่าร้ายคือโซแดงโก ฝ่ายโซแดงโกกำลังมีชัยเหตุเพราะมีนักบวชลึกลับมามอบอาวุธวิเศษให้กับคานโทส ข่านหัวหน้าเผ่า ฝ่ายฮีเลียมเลือกหนทางจำนน ยอมยกเจ้าหญิงเดจา ให้เป็นมเหสีกับคานโทสเพื่อสงบศึก จอห์น คาร์เตอร์เมื่อมาถึงดาวอังคารพบว่าตนเองมีความสามารถกระโดดไกลเหตุจากแรงดึงดูดที่น้อยกว่าโลก เหตุผลเดียวกับที่ซูเปอร์แมนบินได้ จอห์นถูกทาร์คัสหัวหน้าเผ่าทาร์ก มนุษย์ต่างดาว4แขนจับไปเป็นสมุนมือขวา เพราะต้องการสร้างฐานอำนาจให้เหนือกว่าฮาจัสลูกน้องที่กำลังจ้องชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่า เจ้าหญิงเดจา ไม่ต้องการเข้าพิธีแต่งงาน จึงหนีจากยานของโซแดงโก้ จอห์นมาช่วยเจ้าหญิงไว้ ทั้งคู่อยู่ด้วยกันที่เผ่าทาร์ก จอห์นช่วย ทาร์คัสกำจัดฮาจัสที่ยึดอำนาจไป จอห์น และเจ้าหญิงเดจา ทำผิดกฎเผ่าทาร์ก โดนอัปเปหิออกจากเผ่า พร้อมกับโซลา ทาสหญิงจากเผ่าทาร์ก ทั้ง3เดินทางไกลกลับมาฮีเลียม กษัตริย์ฮีเลียมผู้พ่อโน้มน้าวให้เจ้าหญิงเดจาเห็นแก่เผ่าและประชาชนความสงบสุข เดจา จึงยอมเข้าพิธีอภิเษกสมรส แต่เธอและจอห์นรักกันแล้ว ระหว่างพิธีอภิเษกสมรส คานโทสเกิดหักหลังฮีเลียมตลบหลังเปิดศึก จอห์นถูกแผนการร้ายของนักบวชลึกลับส่งเขากลับมาสู่ถ้ำทองคำที่โลก จอห์นต้องหาทางกลับไปช่วยเจ้าหญิงให้ได้ ตอนท้ายนี่ผมหลับไปแล้วนะ 

โดยเนื้อหาหนังยังมีหลายจุดที่หยิบมาขยายเล่นได้ แต่ก็ไม่ได้ลงลึกทั้งในเรื่องปริศนาอักษรภาพในถ้ำของทาร์ก ที่จอห์นและเจ้าหญิงพยายามถอดความ รวมถึงห้องลึกลับในหอคอยทรงประหลาดที่จอห์น และเจ้าหญิงเจอภาษาประหลาดเป็นภาพdiagram ที่อ่านไม่ออก ก็ไม่ทราบว่าจะเก็บไว้เฉลยในภาค2หรือไม่ ฉากแอ็คชั่นหลายๆฉาก ทั้งฉากสู้รบด้วยดาบที่เป็นอาวุธประจำกายของทุกคนดูขัดกับวิทยาการที่เจริญก้าวหน้ามาก ก็ไม่ได้ชวนลุ้นหรือชวนหวาดเสียวเอาใจช่วยแต่อย่างใด ฉากยานรบยิงกันก็อย่าได้หยิบไปเทียบกับหนังอวกาศ ไซไฟเรื่องไหนได้เลย ฉากสู้กับตัวประหลาดยักษ์ในสนามประลอง ก็เห็นกันหลายรอบแล้วในภาพยนตร์ตัวอย่างของจริงก็มีมากกว่าในตัวอย่างประมาณ1นาทีแค่นั้น ผู้กำกับแอนดรู แสตนตันที่เคยคงเสน่ห์อารมณ์ขันในฐานะคนทำการ์ตูนที่หลายคนรักอย่าง finding nemo หยิบเอกลักษณ์ของการ์ตูนดิสนีย์มาใส่ให้เห็นก็เพียงตัวละครที่มีนิสัยน่ารักแต่หน้าตาน่าเกลียดอย่างวูลา หมาดาวอังคารที่จงรักซื่อสัตย์กับจอห์น คอยวิ่งตามไปทั่ว

250ล้านเหรียญ ผมว่าหมดไปกับการสร้างcg เผ่าทาร์ก ตัวประหลาด4มือ เขี้ยวยาว หนังใช้เทคนิคperformance capture แบบเดียวกับavatar คือเอาดารามาเล่น จับท่าทางการแสดงเอกลัษณ์บุคคลไว้ แล้วมาแทนภาพด้วยตัวละครcg ตัวหัวหน้าเผ่า ทาร์คัส รับบทโดยวิลเลียม ดาโฟ ตัวโซลาลูกสาวรับบทโดย ซาแมนธา มอร์ตัน และตัวร้ายฮาจัส รับบทโดย โธมัสเฮเดน เชิร์ช ผมรู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าส่วนหนึ่ง เหตุเพราะทุกคนเป็นมนุษย์ต่างดาวตัวเขียวไม่เหลือเค้าหน้าตาเดิมของดาราต่างกับavatarที่ยังพอดูออกว่าใครเป็นใคร ตัดงบจ้างดาราเหล่านี้ไป แล้วใช้ตัวละครcgล้วนๆ หรือเอาดาราไม่มีชื่อเสียงมาเล่น ก็ไม่ได้เสียอรรถรสไปแต่อย่างใด

250ล้านเหรียญ ไม่ได้สร้างภาพความวิจิตรพิศดารขึ้นในฉากแม้แต่นาทีเดียว ยานอวกาศแต่ละลำก็ไม่ได้ดูล้ำแปลกตากว่าที่เคยเห็นมา ภาพท้องพระโรงก็ดูโล่งโจ้ง  ถ้าถามว่าความรู้สึกวิจิตรตื่นตาคืออะไร ภาพป่าต่างดาวที่มีดอกไม้ประหลาด ต้นไม้เรืองแสง สัตว์หน้าตาแปลกๆในavatar นั่นคือความวิจิตรตื่นตา หรือบอกตามตรงฉากท้องพระโรงในนเรศวรผมยังรู้สึกตื่นตากว่านี้ ทั้งที่งบขนาดนี้ และการที่เรื่องเกิดบนดาวอังคารไม่มีใครเคยไป เป็นเรื่องแฟนตาซีในจินตนาการไม่มีผิดถูก มีอิสระในการเสกสรรค์ภาพในจินตนาการแต่หนังกลับไม่ใช้ข้อได้เปรียบในจุดนั้นเลย ตัวอย่างที่ดีที่หนังพล็อตไม่สนุกแต่ภาพน่าตื่นตา ใช้พลังของภาพ3Dได้อย่างคุ้มค่าคือimmortal ที่ลงทุนแค่75ล้านเหรียญแต่เห็นน้ำเห็นเนื้อกว่า250ล้านของ john carterนัก ไม่น่าเชื่อว่านี่คืองานของนาธาน คราวลีย์โปรดัคชั่นดีไซน์เนอร์ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มาแล้ว2ครั้งจาก the dark knight และ the prestige แม้กระทั่งงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ก็ทำได้ดูลิเกมาก พระเอกห้อยสังวาลย์ทั้งเรื่อง จนป่านนี้ยังไม่มีใครสร้างเทรนด์ใหม่ได้แทนทรงผมเจ้าหญิงอมิดาลาได้ ผ่านมาจะ10ปี หนังทุกชาติก็ยังรับอิทธิพลจากทรงผมเจ้าหญิงอมิดาลากันอยู่เลย  

john carter เป็นหนังที่ผลาญทุนสร้าง ได้โดยไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนโลกภาพยนตร์ได้แม้เพียงนิด สำหรับค่าตั๋ว120-140บาท หนังไม่ได้แย่ขนาดต้องบ่นเสียดายตัง มีความสนุกพอประมาณ แต่ก็ไม่ใช่หนังอีกเรื่องที่ออกจากโรงแล้วอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆไปดูกัน 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ค่ะ หนังขาดทุนก็เลยพูดว่าไม่สนุกยังงู้นแย่อย่างนี้ แต่ถ้าหนังไม่ขาดทุนคนเขียนบทความก็คงอวยฉิบหายวายวอด

#13 By oo (125.27.230.243|125.27.230.243) on 2015-06-25 06:54

#12 By (171.4.234.201|171.4.234.201) on 2015-06-21 01:13

ที่พูดมาอะไปดูมายัง หนังออกจะสนุก เค้าจะใช้ทุนสร้างเท่าไหร่ก็เรื่องของเค้าสิแล้วคุณจะเดือดร้อนแทนเค้าเพื่ออะไรคุณไม่ชอบแนวนี้ก็ไม่ต้องมาพูดให้หนังเค้าเสียหรอก

#11 By พูดไม่คิด (118.172.114.246) on 2012-03-21 14:40

เห็นด้วยกับ คห.3 และ คห.6

อย่างสุดซึ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

#9 By วูลา น่ารัก (223.206.247.216) on 2012-03-19 01:36

ผมก็รู้สึกแบบนี้ครับ ดูแล้วไม่มีจุดความรู้สึกพุ่งกระฉูด ก่อนหน้าไปดูดิอาร์ทติสมา แล้วดูjohnต่อเลย เลยเปรียบเทียบกันได้ดีเลยล่ะ
**#6 พูดไม่ถูดนะครับ

#8 By donung (49.49.144.170) on 2012-03-19 01:19

ผมคิดว่ามัน เฉยๆ มีตอนสนุก และ ก้อน่าเบื่อ แต่เหมือนดู avatar เลย ฮาาา

#7 By paii (124.122.158.79) on 2012-03-17 21:46

สงสัยคนเขียนจะเป็นเอามาก วิจารณ์คิดว่าตัวเองเทพ ทั้งๆที่รู้แค่หางอึ่ง แล้วคุณชอบดูอะไรล่ะ? วาเลนไทน์สวีตตี้? รักเอาอยู่? หน่อมแน้มแบบนี้แนวคุณสินะ

#6 By เป็นเอามาก (27.55.3.89) on 2012-03-16 12:51

รสนิยมดูหนังต่างกัน ดูแล้วแชร์ความรู้สึกกัน คิดเห็นไม่ตรง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ ไม่ต้องหยาบคาย ขอบคุณครับ

#5 By thejui on 2012-03-15 09:22

คนเขียนบทความ คิดเยอะไปไหม หนังเค้าก็ดี สนุกนะ ไปดูกันเถอะ อย่าคิดเยอะ อย่าลากเข้าความอื่นๆมา ดิสเครดิตหนังสิ รำคาญ ความเยอะ ของเธอ

ตัวหนังดูสนุกไม่เครียด ถึงจะไม่ประทับใจขนาดต้องมาดูรอบสอง แต่เนื้อหาการประติดประต่อ การเกร็ดเล็กน้อย มาดำเนินเรื่อง ถือว่าโอเค

#3 By ชาวบาร์ซูม (118.175.16.2) on 2012-03-13 12:01

อ่าห์ กำลังคิดว่าจะดูเรื่องอะไรดีฮะsad smile

#2 By keaaaa on 2012-03-10 10:08

ลองไปดูเวอร์ชั่นนิยายนะคะ ว่ามันล้ำหรือเปล่า

เค้าสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อคารวะต่อฉบับนิยาย ที่เขียนขึ้นเป็นร้อยปีแล้วนะคะ

เจ้าคะ

#1 By พ่องดิ (171.5.93.109) on 2012-03-09 22:00